สูตรยาสุดยอดยาสมุนไพรรักษา "โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต" สูตรแพทย์แผนโบราณ - ข่าวสดวันนี้
สุขภาพ » สูตรยาสุดยอดยาสมุนไพรรักษา “โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต” สูตรแพทย์แผนโบราณ

สูตรยาสุดยอดยาสมุนไพรรักษา “โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต” สูตรแพทย์แผนโบราณ

2 ตุลาคม 2017
753   0

การรักษาโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต

ตามแบบฉบับแผนโบราณมีมานานหลายชั่วอายุคนดังเช่นการทำกายภาพบำบัดก็มีการพัฒนามาจากการรักษาของแพทย์แผนโบราณ เป็นการผสมผสานระหว่างการกินยาสมุนไพรและการออกกำลังกาย หรือการนวดต่างๆ ต่อมาแพทย์แผนปัจจุบันได้เปลี่ยนจากสมุนไพรบำบัดมาเป็นเคมีบำบัดบ้างแต่ก็ยังคงการนวดแบบโบราณไว้บ้างแต่ปัจจุบันกระแสของธรรมชาติและสมุนไพรกลับมามีบทบาทอีกครั้งจึงทำให้การรักษาโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตแบบธรรมชาติบำบัดและสมุนไพรบำบัดเป็นที่นิยมได้รับการยอมรับมากขึ้นอีกทั้งได้ผลทางการรักษาดีขึ้นด้วย ดังนั้นสมุนไพรต่างๆ ตามตำรายาแผนโบราณจึงถูกหยิบยกขึ้นมาและถูกค้นหามาทดลองรักษากันมากขึ้น โปรดแชร์บทความนี้ต่อไปเพื่อเป็นวิทยาทาน การให้ทานที่ยิ่งใหญ่และได้บุญกุศลมากที่สุด ความรู้ที่เราแบ่งปันด้วยการอบรมสั่งสอนหรือแนะนำผู้ไม่รู้ให้เกิด มีความรู้ นำความรู้นี้ไปใช้ประโยชน์ได้ ถือเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า การสละทรัพย์ใดๆ

ชุดที่ 1 ตำรับยาหมอพร


รักษาเหน็บชา-มือเท้าตาย
โรคเหน็บชาและมือเท้าตายเกิดได้หลายสาเหตุ แต่ทั้งสองโรคเป็นอาการป่วยเบื้องต้นที่จะนำไปสู่โรคร้ายต่างๆ มากมาย เช่น ถ้าอาการเรื้อรังไปเรื่อยจะทำให้เป็โรคอัมพฤกษ์ได้ หรือไม่ก็อาการเบื้องต้นของโรคเบาหวานและโรคอื่นๆ อีกหลายโรค ในสมัยโบราณมีตำรายาสมุนไพรที่สามารถรักษาอาการของโรคดังกล่าวให้หายได้หลายตำรับดังนี้

ตำรับที่ 1 รักษาโรคมือและเท้าตาย

ยาสมุนไพรตำรับนี้มีอยู่ว่า ท่านที่มีปัญหามือเท้าตายขยับไม่ได้ หรือขยับได้ก็ไม่มีแรง จะหยิบจับสิ่งของก็ไม่ได้ แถมยังมีอาการชาไปหมดเลยต้องทรมานกาย ทรมานใจอยากจะรักษาให้หาย ท่านให้หาตัวยาดังนี้
1. ต้นเหงือกปลาหมอแดง หนัก 1 ตำลึง
2. เปลือกมะรุม หนัก 1 ตำลึง
3. หมากดิบ (ใช้หมากที่กินกับพลู) 2 ซีก
4. เบี้ย 3 ตัว
วิธีปรุงยา
ท่านว่าให้นำตัวยาทั้งหมดมาใส่ในหมอดินต้มยา เติมน้ำให้ท่วมยา แล้วต้มให้เดือดจากนั้นเคี่ยวต่อให้เหลือน้ำเพียง 1 ใน 3 ส่วน ส่วนกากยาให้นำไปตากแดดให้แห้งแล้วนำไปบดให้ละเอียดเอาไว้ใช้ทำยากินคู่กัน
วิธีใช้
ท่านให้ดื่มน้ำยาที่ได้ขณะยังอุ่น ทุกๆ วันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น สลับกับเอาผงยาที่บดละเอียดมาละลายน้ำร้อนดื่มต่างน้ำชาจะให้ผลดี
สรรพคุณ ถ้าทำได้เช่นนี้ท่านว่าจะช่วยรักษาอาการมือเท้าตายได้ผลดีนักแลฯ

ตำรับที่ 2
รักษาโรคลม ต้นเหตุของอาการมือ-เท้าตาย
ยาตำรับนี้มีบันทึกว่าใช้รักษาโรคลมที่ทำให้มือ-เท้าตายได้ผลดี แต่ต้องมีตัวยาดังต่อไปนี้
1. ใบต้นมะขวิด 1 ส่วน
2. ต้นผักเสี้ยนผี 1 ส่วน
3. ว่านน้ำ 1 ส่วน
4. ใบบัวบก 1 ส่วน
5. น้ำผึ้งแท้ พอประมาณ
วิธีการปรุงยา
ตามตำราท่านว่าไว้ให้นำตัวยาทั้งหมดมาอย่างละเท่าๆ กัน ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หรือจะอบด้วยตู้ยาก็ได้ จากนั้นนำไปบดเป็นผงละเอียดแล้วผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา แล้วนำลูกกลอนไปผึ่งแดดอ่อนๆ หรือผึ่งลมไว้ให้แห้งพอประมาณ เก็บใส่โหลปิดฝาอย่าฝห้อากาศเข้าเก็บไว้รับประทาน
วิธีใช้
ท่านให้นำยาลูกกลอนที่ได้มารับประทาน ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-ก่อนนอน ติดต่อกันอย่างน้อย 30 วัน
สรรพคุณ เมื่อผู้ป่วยได้รับประทานยาเป็นประจำจะทำให้โรคลมที่เป็นสาเหตุของการมือ-เท้าตายหายไปในที่สุด

ตำรับที่ 3
รักษาโรคเหน็บชาและกระษัย


โรคเหน็บชาเป็นอาการป่วยที่ทรมาน การลุกนั่งก็ไม่คล่องตัว เมื่อเป็นเหน็บชาบางครั้งก็เจ็บปวดอาการนี้ต้องรักษามิฉะนั้นจะทำให้เป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ง่าย บางรายก็เป็นที่มาของโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ตำรานี้ยาแก้ หมอพรบันทึกไว้ว่า ให้หาตัวยาดังนี้
1. หัวไพล 1 ส่วน
2. การบูร 1 ส่วน
3. ยาดำ 1 ส่วน
4. เกลือทะเล (เกลือแกง) 1 ส่วน
5. เหง้ากระชาย 1 ส่วน
6. น้ำผึ้ง พอประมาณ
วิธีปรุงยา
ท่านว่าให้นำตัวยาทั้งหมดมาอย่างละเท่าๆ กัน หนักอย่างละ 1 บาทยา นำมาตำหรือบดให้ละเอียด แล้วผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา
วิธีใช้
ให้นำยาลูกกลอนที่ได้มารับประทานครั้งละ 1 เม็ด ทุกวัน วันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น จนกว่ายาจะหมด
สรรพคุณ ตัวยาะช่วยรักษาโรคเหน็บชาได้ชะงักนัก อีกอย่างตัวยานี้ยังช่วยรักษาโรคกระษัยได้ผลดีอีกด้วย

ชุดที่ 2 ตำรับยาสมุนไพรแผนโบราณรักษาอัมพาตทั่วไป

ตำรับที่ 1 ยาเขียวแก้ชักลมอัมพาต (ตำรับสำนักเขาอ้อ)
สำนักเขาอ้อ เป็นสำนักที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับไสยเวท ที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดสำนักหนึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น ตักสิลาทางไสยเวท มีตำราวิชาโบราณต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นตำราเกี่ยวกับคาถา, เวทย์มนต์, ยันต์ต่างๆ, ว่านยา, ยาแผนโบราณ เป็นต้น สำนักเขาอ้อมีลูกศิษย์สืบทอดทุกยุคทุกสมัย ปัจจุบันตำราเหล่านี้มีบันทึกอยู่ที่วัดบ้านสวน ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ตำรายาสมุนไพรแผนโบราณของสำนักเขาอ้อมีมากนับร้อยตำรับ แต่ในที่นี้จะนำตำรับรักษาอัมพาตมานำเสนอ โดยมีตัวยาดังนี้
1. เทียนดำ 1 ส่วน
2. เทียนขาว 1 ส่วน
3. ลูกจันทร์ 1 ส่วน
4. ดอกจันทร์ 1 ส่วน
5. ลูกกระวาน 1 ส่วน
6. กานพลู 1 ส่วน
7. เจดมูลเพลิงทั้งสอง 1 ส่วน
8. พริกไทยล่อน 1 ส่วน
9. ลูกสะคร้าน 1 ส่วน
10. ดีปลี 1 ส่วน ทั้งหมดให้นำมาอย่างละเท่ากัน
ต่อมาเตรียมเครื่องปรุงยา (หรือเครื่องแกง) มีส่วนผสมดังนี้
ข่าทั้งสอง, รากช้าพลู, ปุด 7 ใบ, เปลือกพิกุล, เปลือกตะแบก, หัวเปราะ, เปราะชาม, หัวการชาย, ขิงแดง, ขิงแห้ง, หัวกระทือ, หัวไพล, แห้วหมู นาส่วนผสมมาอย่างละเท่ากัน และน้ำมะพร้าวห้าว 1 ลูก, กล้วยน้ำว้า 7 ลูก
วิธีปรุงยา
เตรียมส่วนผสมให้พร้อมก่อนปรุงยาให้รำลึกถึงคุณพระคุณเจ้า คุณครู-บาอาจารย์
โดยขั้นตอนแรกนำเครื่องปรุงยาทั้งหมดมาเคี่ยวตำให้ละเอียดรวมกับน้ำมะพร้าวห้าว พอได้ที่ใส่ตัวยาทั้งหมดที่บดหรือตำละเอียดแล้วเคี่ยวรวมกันจนได้ที่ อย่าให้ยาไหม้แค่สุกก็พอ
แล้วแยกน้ำมันที่เกิดจากการเคี่ยวออกจากเนื้อยา เก็บน้ำมันไว้ต่างหากและเนื้อยาอีกต่างหาก
ส่วนของเนื้อาจะปั้นเป็นลูกกลอนก็ได้
วิธีใช้
ท่านที่ป่วยเป็นชักลมอัมพาต ให้นำเนื้อยามากินครั้งละ 1 เม็ด
วันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น
ส่วนน้ำมันใช้ดมและให้ทาตามร่างกายส่วนที่เป็นอัมพาต
สรรพคุณ ยาขนานนี้ใช้รักษาลมอัมพาตได้ชะงัดนัก อีกอย่างน้ำมันยาที่ได้ใช้ทาแก้คันตามร่างกายได้ผลดี

ตำรับที่ 2 ยารักษาอัมพฤกษ์ ขนานที่ 1


ยาสมุนไพรแผนโบราณขนานนี้เป็นยาที่ใช้สืบทอดกันมานาน ให้ผลทางร่างกายดีจึงมีผู้สืบสานมาถึงปัจจุบัน ท่านให้หาตัวยา
1. พริกไทยล่อน 1 ส่วน
2. ขิงแห้ง 1 ส่วน
3. เทียนดำ 1 ส่วน
4. มหาหิงคุ์ 1 ส่วน
5. ว่านน้ำ 1 ส่วน
6. โกฐพุงปลา 1 ส่วน
7. กระวาน 1 ส่วน
8. เกสรบังหลวงแดง 1 ส่วน
9. เกสรดอกบัวหลวงขาว 1 ส่วน
10. หญ้าตีนนก 1 ส่วน
11. เกลือสินเธาว์ 1 ส่วน
12. แก่นขี้เหล็ก 1 ส่วน
13. เครื่องกระสายที่ต้องเตรียมจะใช้น้ำมะนาว, น้ำมะกรูดหรือน้ำผลส้มต่างๆ ก็ได้
วิธีปรุงยา
ตามตำราว่าไว้ให้นำตัวยาทั้งหมดมาอย่างละเท่าๆ กัน หนักอย่างละ 1 บาท ตากแดดให้แห้งหรืออบในตู้อบยา
จากนั้นนำมาบดหรือตำให้ละเอียด
วิธีใช้
เมื่อได้ยาผงแล้วก่อนรับประทานให้นำมาผสมกับน้ำกระสาย ท่านให้รับประทานยาก่อนอาหาร ครั้งละ 1 ช้อนชา
วันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น ติดต่อกันทุกวันอย่างสม่ำเสมอ
สรรพคุณ ท่านว่าตัวยานี้จะช่วยรักษาโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต ได้ดี และอาการชาตามแขนและขาก็จะหายไปหมดสิ้น
ตำรับที่ 3 ยารักษาอัมพฤกษ์ ขนานที่ 2
ยาแผนโบราณขนานนี้มีการบันทึกมาเนิ่นนานหลายชั่วอายุคน กล่าวกันว่าใช้รักษาอัมพฤกษ์ได้ผลชะงัดนัก โดยท่านให้หาตัวยาดังนี้
1. สะค้าน 1 ส่วน
2. ผักแพรวดง 1 ส่วน
3. ดองดึง 1 ส่วน
4. ว่านน้ำ 1 ส่วน
5. ยาดำ 1 ส่วน
6. มหาหิงคุ์ 1 ส่วน
7. โกฐสอ 1 ส่วน
8. โกฐจุฬาลัมพา 1 ส่วน
9. โกฐพุงปลา 1 ส่วน
10. หัวอุตพิต 1 ส่วน
11. ชะเอมเทศ 1 ส่วน
12. จิงจ้อ 1 ส่วน
13. กัญชาจีน 1 ส่วน
14. ดีปลี 1 ส่วน
15. แก่นแสมทะเล 1 ส่วน
16. พริกไทยล่อน 1 ส่วน
17. น้ำผึ้ง พอประมาณ
วิธีปรุงยา
ท่านว่าให้นำตัวยาทั้งหมดมาอย่างละเท่าๆ กัน หนักอย่างละ 1 บาท นำสมุนไพรทั้งหมดใช้ชนิดแห้ง แล้วบดให้ละเอียด จากนั้นนำผงยาที่ได้ไปคลุกเคล้ากับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าหัวแม่มือเก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด
วิธีใช้
ให้ยาลูกกลอนที่ได้มารับประทานก่อนอาหารครั้งละ 1 เม็ด
ทุกๆ วันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น
สรรพคุณ ท่านว่ายาขนานนี้สามารถรักษาโรคอัมพฤกษ์ได้ผลดีนักแลฯ แม้แต่คนที่ป่วยเป็นอัมพาตชนิดที่ตายครึ่งตัวก็เคยรักษาหายมาแล้ว
ชุดที่ 3 ยาทา ยาอบ และยานวด รักษาอัมพฤกษ์-อัมพาต

ตำรับที่ 1 ยาทาแก้อัมพาต ขนิดลิ้นแข็งพูดไม่ได้
ตำรายาขนานนี้ใช้รักษาผู้ป่วยมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เป็นยาสมุนไพรที่หาส่วนผสมได้ไม่ยากนัก หากแต่ให้ผลทางการบำบัดรักษาดีนักแลฯ ตามตำราท่านให้หาตัวยาดังต่อไปนี้
1. ผักคราด (ทั้งต้น) 1 ส่วน
2. แมงลัก (ทั้งต้น ใบ ดอก เม็ด) 1 ส่วน
3. เหง้าข่าแก่ 1 ส่วน
4. สารส้ม 1 ส่วน
5. เกลือสินเธาว์ 1 ส่วน
6. พรมมิ 1 ส่วน
วิธีปรุงยา
ตามตำราท่านว่าให้นำตัวยาทั้งหมดไปล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นนำไปตากแดดหรืออบให้แห้ง แล้วนำมาบดรวมกันให้ละเอียด เก็บผงยาในขวดโหลเก็บยาปิดฝากันความชื้นเก็บไว้ใช้
วิธีใช้
ท่านว่าให้นำผงยาที่ได้มาทาป้ายลิ้นที่มีอาการอัมพาต ทาวันละหลายๆ ครั้ง ติดต่อกันทุกวัน
สรรพคุณ กล่าวกันว่ายาชนิดนี้ดีนัก รักษาคนลิ้นแข็ง แก้ลมมหาสดมภ์โดยเฉพาะอัมพาตลิ้นหดพูดไม่ได้ หายมามากมายนักแลฯ
ตำรับที่ 2 ยาประคบแก้เส้นอัมพาต
การใช้ยาประคบสมุนไพรเพื่อนรักษาอัมพาตในสมัยก่อนนิยมใช้ควบคู่กับการกินยาและนวดยาไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพทางการรักษาได้ผลดีและเร็วขึ้น ดังนั้นจึงขอแนะนำยาประคบแนวเส้นอัมพาต สูตรโบราณให้นำไปใช้กัน
ตามตำราท่านว่าให้หาตัวยาดังต่อไปนี้
1. เมล็ดเทียนดำ หนัก 3 สลึง
2. เปลือกต้นอบเชย หนัก 3 สลึง
3. หัวไพลสด หนัก 1 บาท
4. ใบพลับพลึงสด จำนวน 2 ใบ
5. ใบมะขามเปรี้ยวสด หนัก 16 บาท
วิธีปรุงยา
ให้นำตัวยาที่ได้มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือตำรวมกัน เมื่อได้ที่แล้วให้นำผ้าขาวบางมาห่อแล้วมัดหัวผ้าอย่างแน่นหนา
จากนั้นนำไปนึ่งบนปากหม้อน้ำเดือด หรือจะนึ่งในหม้อไฟฟ้าก็ได้ และควรทำลูกประคบอย่างน้อยครั้งละ 2 ลูก
ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ใช้สลับผัดเปลี่ยนกันเวลาประคบ
วิธีใช้
ควรจะทำการประคบในขณะที่ลูกประคบกำลังร้อน ให้ประคบไปตามแนวเส้นที่เป็นอัมพาต อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง จะให้ดีควรจะ 2 ครั้ง เช้ากับเย็นจะดีกว่า และควรประคบติดต่อกันทุกวันทำไปเรื่อยๆ ควบคู่กับการนวดน้ำมัน หรือการกินยาสมุนไพรรักษาอัมพาตจะช่วยให้หายป่วยได้เร็วขึ้น
สรรพคุณ การประคบจะช่วยให้เส้นที่เป็นอัมพาตค่อยๆ ผ่อนคลายและหายเป็นปกติได้ในที่สุด
ตำรับที่ 3 ยาประคบนวดเส้นอัมพาต (ขนานเอก)
ยาสนมุนไพรขนานนี้ท่านว่าใช้ปรุงเป็นยาประคบหรือยาน้ำมันทาก็ได้ หรือใช้ควบคู่กันยิ่งดี ตัวยาที่สำคัญต่างมีดังต่อไปนี้
1. หัวไพล 1 ส่วน
2. ผิวมะกรูด 1 ส่วน
3. เกลือ 1 ส่วน
4. พิมเสนและการบูรรวมกัน 1 ส่วน
5. ใบยอ 1 ส่วน
6. ผักเสี้ยนผี (ใช้ทั้งใบ ต้น ราก) 1 ส่วน
7. ใบพลับพลึง 1 ส่วน
8. ใบอังกาบแดง 1 ส่วน
9. ว่านกีบแรด 1 ส่วน
10. ว่านนางคำ 1 ส่วน
11. ว่านร่อนทอง 1 ส่วน
12. ว่านน้ำ 1 ส่วน
13. ข้าวเหนียวขาว 1 ส่วน
14. เมนทอลหนัก 1 ขีด
วิธีปรุงยา
นำตัวยาที่เป็นสมุนไพรสดมาหั้นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในครกค่อยตำ ในระหว่างที่ตำค่อยๆ เติมการบูร พิมเสน เมนทอล และเกลือที่ละน้อย เพื่อให้ส่วนผสมเข้าเนื้อยาไปทุกส่วน ตำให้หยาบๆ ก็พอ จากนั้นให้นำผ้าขาวสะอาดมาห่อยามัดเป็นลูกประคบ นำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งกับไอน้ำร้อนที่เดือดจัด
วิธีใช้
ให้นำลูกประคบมาใช้ในขณะที่กำลังร้อน ควรประคบหลังจากที่มีการนวดยาแล้วค่อยๆ ประคบไปตามแนวเส้นอัมพาต ควบคู่กับการกินยาและการนวดทุกวัน
สรรพคุณ
ตัวยาจากลูกประคบจะช่วยให้เส้นค่อยผ่อนคลาย ผู้ป่วยอัมพาตในระยะเริ่มต้นเคยรักษาหายมามากแล้ว ส่วนท่านที่เป็นอัมพาตมานานควรรักษาควบคู่กับกรรมวิธีอื่นทั้งกินยาสมุนไพร นวดน้ำมันยาสมุนไพร และควรทำการบำบัดทางกายภาพไปพร้อมกัน แล้วโอกาสที่จะหายป่วยมีมากทีเดียว
หมายเหตุ: (การทำยานวด) ตัวยาขนานดังกล่าวยังสามารถนำไปปรุงเป็นยาน้ำมันสมุนไพรใช้นวดได้ดีอีกด้วยโดยวิธีดังต่อไปนี้
ให้นำตัวยาที่เป็นสมุนไพรสดทั้งหมดไปตากแห้งหรืออบให้แห้ง ยกเว้นเกลือกับข้าวหนียว ไม่ต้องตากหรืออบ จากนั้นนำตัวยาทั้งหมดไปตำหรือบดให้ละเอียด จากนั้นนำไปเคี่ยวกับน้ำมันเลียงผาด้วยไฟอ่อนๆ หรือจะใช้น้ำมันอบเชยก็ได้ ถ้ามีน้ำมันจากเมล็ดดอกคำฝอยยิ่งดีเคี่ยวจนเป็นน้ำมัน
ก่อนยกยาลงจากเตาไฟควรเติมน้ำมัน “ลาโนริน” หรือนิยมเรียกกันว่าไขมันแพะลงไปประมาณ 1 ขีด เพราะไขมันแพะจะช่วยให้รูผิวหนังขยายตัว ช่วยให้ตัวยาซึมวับเข้าไปใต้ผิวหนังได้ดีขึ้น (กล่าวกันว่าน้ำมันสมุนไพรขนานเอกนี้ใช้ได้ผลดีจริงๆ อีกทั้งใช้นวดแก้เคล็ดขัดยอกทั่วไปได้ดีด้วย)

Cr. พระอธิการนพดล กันตสีโล