เคยอ้วนหนัก 130 ลดเหลือ 68 กิโล ขอเป็นอีกแรงบรรดาลใจให้กับสาวๆที่คิดว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก !! - ข่าวสดวันนี้
สุขภาพ » เคยอ้วนหนัก 130 ลดเหลือ 68 กิโล ขอเป็นอีกแรงบรรดาลใจให้กับสาวๆที่คิดว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก !!

เคยอ้วนหนัก 130 ลดเหลือ 68 กิโล ขอเป็นอีกแรงบรรดาลใจให้กับสาวๆที่คิดว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก !!

15 สิงหาคม 2017
331   0

สวัสดีค่ะ วันนี้ผิงมีประสบการ์ณจริงในการลดน้ำหนักของผิงเองซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ยาก ไม่ทรมาน ไม่อดอาหาร ไม่หิวกลางคืน ไม่ต้องเสียเงิน ซื้ออาหารคลีนแพงๆ ไม่เสียเวลาเข้ายิม เข้าฟิสเนต เพื่อมาเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆที่คิดว่า การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก มาเริ่มกันเลยนะคะ เมื่อก่อน ผิง เป็นสาวอ้วน น้ำหนัก สูงสุด ถึง 130 กิโลเริ่มอ้วนมาตั่งแต่ ม.ต้น เพราะกินเยอะมาตั่งแต่เด็ก

แล้วก็กินเยอะๆ โดยไม่สนใจอะไร จนขึ้น ปวช.

แก้มเริ่มออก ตัวเริ่มจะแตก แต่ก็ยังคิดว่า ไม่เป็นไร

ก็ยังกินไปเรื่อยๆยังไม่คิดจน จบ ปวช.

เริ่มน้ำหนักขึ้นน่าจะประมาณ 90 เพราะตอนนั้น ไม่สนใจตาชั่ง ไม่สนใจการดูแลตัวเอง ทั้งอ้วน ทั้งดำ จนขึ้น ปวส.

จนกระทั่งปวส. 1 เทอม 1เคยนอนคิดนะ ว่าอยากตื่นมาแล้วผอมเลย เชื่อว่าหลายๆคนคงคิดเหมือนกับผิงมันเป็นความฝันเล็กๆของคนน้ำหนักเยอะอย่างเราๆนะสิ

พีคคคคคคคคคคคคคคคคคค นำ้หนัก 130 แบบไม่ไหวแล้วค่า

ตอนนั้นคิดกับตัวเองว่าไม่ไหว ถึงจุดเปลี่ยนนอนดูทีวี เปิดไปช่องไหนสักช่องเจอเค้ากำลังเดินแบบ Victoria’s Secret’ก็คิดในใจ อยากสวยแบบนั้นอยากหุ่นแบบนั้นแต่ในขณะคิดปากก็ยังกินมือยังถือขนม เราก็คิดว่า แล้วถ้าเรายังกินอยู่อย่างนี้เมื่อไหร่จะผอมละ นั่นคิดนะ แต่ปากยังเคี้ยวเลยตัดสินใจ คายขนมที่อยู่ในปาก แล้วเอาขนมในตู้เย็นไปทิ้ง ตอนนั้นไม่ได้อกหักไม่ได้มีความรักมีแต่คำดูถูกดูแคล้นว่าฝันไปเหอะเรื่องลดน้ำหนักตอนนั้นลดจริงจัง ไปปรึกษาคลีนิคแห่งหนึ่ง ก็ได้รับคำแนะนำมา แล้วเค้าก็ให้ยามา เรากินได้3เดือนก็หยุดกินเพราะคิดว่า ยึดคำแนะนำเค้าเป็นหลักดีกว่าคือ1. ห้ามอดแต่ลดครึ่งนึง ความหมายคือ กินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ลดเหลือครึ่งนึง,2. อย่าเสียดาย ,3. ออกกำลังกายเพื่อไม่ให้โทรม,4.ลดแป้ง งดน้ำอัดลมเราก็ทำแบบนี้ตลอดมาโดยผสมผสานเทคนิคของเราไปคือ1. เรื่องอาหารกินเพิ่มจาก3มื้อเป็น 4 มื้อโดยมือที่4เป็นผลไม้เพราะเราเป็นหิวดึกจะให้หักดิบก็ยากเลย เลือกที่จะกินผลไม้กลางคืนอาหารที่กินในช่วงนั้นยังไม่มีอาหารคลีน เราเลยเลือกกินเองเช่นตอนมื้อเช้าหมูปิ้ง โจ้ก ต้มจืด แต่ลดปริมาณเที่ยงก็ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่เส้นวุ้นเส้นไม่ปรุงเยอะ ส้มตำมื้อเย็น ไข่ต้ม น้ำพริก ปลานึง แกงเห็ด มื้อดึกเป็นผลไม้ คือ สับปรด,มะละกอ,แอปเปิ้ล,ฝรั่ง แล้วผิงเป็นคนที่กินจุกจิกก็เลยหาขนมที่กินแล้วไม่อ้วนทดแทนกันได้ โดยดูจากข้อมูลโภชนการอาจจะอยู่หลังซองเลือกกินที่ไขมันน้อยๆ ซึ่งมีเยอะนะ ถ้าเราดูดีๆที่สำคัญหักดิบไม่กินน้ำอัดลมเลยจ้า ลดแป้งหน่อยและหาศึกษาข้อมูลในเน็ตว่าขนมอะไรไม่อ้วน อาหารที่เราชอบแต่ละอย่างให้พลังงานกี่แคลลอรี่2. เรื่องการออกกำลังกาย ช่วงแรกจะไปเต้นแอโรบิคบ้าง ว่ายน้ำบ้าง แต่ไม่ชอบวิ่ง แต่ช่วงหลังไม่ค่อยมีเวลาไปข้างนอก เลยเลือกศึกษาในเน็ตว่ามีการออกกำลังกายที่บ้านได้ คือ- ฮูล่าฮูปวันละ20นาที,ปั่นจักรยานกลางอากาศ200ครั้ง ,ซิตอัพ วันละ 20ครั้ง,ยกเวท วันละ100 ข้างละ 50 ครั้ง

ทำทกวันตอนเย็นหลังกินมื้อเย็นเสร็จ เว้นระยะประมาณ 1-2 ชั่วโมงทำทุกวันจนกระทั่ง ปวส.2 

เปิดเทอมมาทุกคนตกใจ และถามเยอะมากก ตัวเราก็ภูมิใจ พ่อแม่ก็โล่งใจ เพราะตอนนั้นพ่อแม่เป็นห่วงเรื่องนี้มาก

ตอนนั้นยังหนักประมาณ 80-90 แล้วเราก็ลดมาเรื่อยๆต่อเนื่อง 

แต่มันก็ยังมีความย้อยของผิวที่เคยขยาย ยังย้วยอยู่แต่ก็ยังลดน้ำหนักต่อมา

จนประมาณ 80 แต่ผิวและรอยแตก ผิวไม่กระชับก็ยังมีอยู่ เลยหาตัวช่วยทั้งครีมทั้งอาหารเสริมช่วยผิวหุ่นกระชับและผิวแตกจนขึ้นมหาลัยปี3 #ต้องขอโทษเรื่องที่ตัวเลขอาจไม่แม่นยำเท่าไรนะคะ เป็นการประมาณเอา เพราะตอนนั้นลดๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลา

ตอนนั้นน้ำหนักเหลือประมาณ 70 กิโล  สูง 173

ก็ยังดูแลตัวเองมาเรื่อยๆ

เรื่องผิวก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนความขาวไม่ขนาดในรูปเพราะใช้แอฟกล้องช่วย 

ได้แต่งตัวสวยๆ ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น

ได้รับโอกาสดีๆเข้ามามากมาย 

จากเมื่อก่อนที่มีแต่คนด่า คนดูถูก ล้อเลียน กลายเป็นอีกคนที่ดีกว่าเดิม

สุดท้ายนี้ ผิงอยากจะเป็นกำลังใจและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากลดน้ำหนักนะคะ ผิงเชื่อว่าทุกคนทราบดีในวิธีลดน้ำหนัก แต่มันอยู่ที่ใจเราว่าอยากทำมันหรือเปล่า เราไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมายกับการลดน้ำหนักแค่เรา “รักตัวเอง” แล้วสิ่งนี้และค่ะจะเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้เราเอง เราสามารถเก็บคำด่า คำดูถูกมาเป็นแรงกระตุ้น ในการลดน้ำหนักของเราได้จากคนที่เคยได้แต่นอนฝัน ก็ทำได้แล้ววันนี้ สู้ๆค่ะ